เกี่ยวกับเรา

ภาพรวมบริษัท

เส้นขอบฟ้าเมือง
วิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็น

ศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation Hub)

ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่ทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงทางดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

วิสัยทัศน์ของบริษัทสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของบริษัทที่จะไม่เป็นเพียงแค่เป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน แต่การเป็น "ศูนย์กลาง" ที่ช่วยสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร การผลิต การโลจิสติกส์หรือในด้านการตัดสินใจด้านการเงินสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

พันธกิจ

สร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Tech Ecosystem) ที่ครอบคลุม การพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล และการส่งมอบโซลูชันที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตและธุรกิจ

Mission in Action

ทั้งนี้ พันธกิจนี้ลงลึกไปยังการลงมือทำอย่างจริงจัง และลงมือทำแล้วในด้านต่าง ๆ เช่น

Innovation in Finance (Fintech):

การพัฒนาบริการเงินกู้ P2P ผ่าน Nestifly ที่ใช้หุ้นเป็นหลักประกันซึ่งเป็นการพัฒนาสินค้าทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของสังคมไทยอย่างแท้จริง รวมถึงการพยายามขยายธุรกิจเพิ่มเติมโดยใช้ Platform เดียวกัน

Digital Platform Creation:

การสร้าง Marketplace Platform เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการเล็กและกลาง (SME) ในการเข้าถึงตลาดดิจิทัล

Tech Media Solutions:

การจัดการเนื้อหาและการเข้าถึง Big Data เพื่อช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึก

องค์กรธุรกิจ

เราเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย

ครอบคลุมทั้งบริการระบบชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway) ที่เชื่อมต่ออย่างปลอดภัยระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย การวางกลยุทธ์การสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลเพื่อช่วยแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาแคมเปญและซอฟต์แวร์เฉพาะทาง (Custom Software) เพื่อรองรับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม เรามุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าขับเคลื่อนผลลัพธ์และเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้าในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ธุรกิจ Techlead ประกอบด้วยธุรกิจ ดังนี้

  • ธุรกิจให้บริการชำระเงิน

    ธุรกิจให้บริการชำระเงิน

    ธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ผ่านระบบการทำธุรกรรมชำระเงินออนไลน์ด้วย พร้อมเพย์ (PromptPay) เพื่อเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วในการชำระเงินในยุคดิจิทัล พร้อมรองรับการขยายไปยังรูปแบบการชำระเงินอื่น ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

  • ธุรกิจสื่อเทคโนโลยี

    ธุรกิจสื่อเทคโนโลยี

    ให้บริการด้านการตลาดครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีในการวางแผนกลยุทธ์และวัดผลเพื่อช่วยแบรนด์สร้างการเติบโตและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุด

  • ธุรกิจแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย

    ธุรกิจแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย

    สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อผู้ขายให้สามารถทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกและจัดการกระบวนการซื้อขายครบวงจร

  • ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์

    ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์

    ธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทาง (Custom Software) เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะทางในแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในยุคดิจิทัล

ค่านิยมองค์กร

ค่านิยมองค์กรสามประการที่ทำหน้าที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรใหม่

นวัตกรรมพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้าและตลาด
ความโปร่งใสดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และตรวจสอบได้ ยึดหลักธรรมาภิบาลในทุกการตัดสินใจ
ความรับผิดชอบต่อสังคมสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ
นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์
สารจากประธานกรรมการ

พวกเรากำลังร่วมกันสร้างบริษัทที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล พร้อมสร้างมูลค่าระยะยาว และก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในระบบนิเวศเทคโนโลยีของประเทศไทย

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์

ประธานกรรมการบริษัท

อ่านสารฉบับเต็ม
ประวัติของเรา

พัฒนาการที่สำคัญ

2568

7 กุมภาพันธ์ 2568

ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568

มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ลดทุนจดทะเบียน เพิ่มทุนจดทะเบียน และเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงเรื่องดังกล่าวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567
ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568

2567

4 ธันวาคม 2567

ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2567

ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2567
มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อพิจารณา ดังนี้​
  • พิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 2,780,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 7,750,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 4,970,000,000 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 2,780,000,000 หุ้น​
  • พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 2,720,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 4,970,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 7,690,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,720,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
  • พิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ จากเดิม บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน)
ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2567

2565

3 พฤษภาคม 2565

ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัท ซีบีดี ไบโอไซเอนซ์ จำกัด

บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัท ซีบีดี ไบโอไซเอนซ์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน จากบริษัท ไบโอ เมดิคอล กรุ๊ป จำกัด (“ผู้ขาย”) เพื่อประกอบธุรกิจผลิตกัญชงโดยวิธีการปลูกในโรงเรือน (Greenhouse) ด้วยระบบ EVAP (Evaporative Cooling System) : เป็นระบบฟาร์มแบบปิด ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และป้องกันโรคระบาดได้ดี
ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัท ซีบีดี ไบโอไซเอนซ์ จำกัด

2564

4 สิงหาคม 2564

ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564

บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ให้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เอสเอสยูที จำกัด ให้แก่บริษัท อีสเทอร์น โคเจนเนอเรชั่น จำกัด และดำเนินการโอนหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564

21 กันยายน 2564

ประชุมคณะกรรมการได้มีมติอนุมัติให้บริษัทซื้อหุ้นสามัญในบริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด

ที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติอนุมัติให้บริษัทซื้อหุ้นสามัญในบริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 80 ของทุนจดทะเบียน เพื่อประกอบธุรกิจการเกษตรค้าและผลิตกัญชง โดยบริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด จะประกอบธุรกิจหลักทดแทนบริษัท บุญอเนก จำกัด ที่จะต้องโอนหุ้นทั้งหมดออกให้แก่ผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขาย

28 ธันวาคม 2564

ได้โอนหุ้นสามัญในบริษัท บุญอเนก จำกัด รวมถึงบริษัท เจริญพรพลังงาน จำกัด

บริษัทฯ ได้โอนหุ้นสามัญในบริษัท บุญอเนก จำกัด รวมถึงบริษัท เจริญพรพลังงาน จำกัด ให้แก่บริษัท ทรัพย์สมบัติใหม่ จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561
ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564

2557

28 พฤศจิกายน 2557

ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสเอสยูที จํากัด

บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสเอสยูที จํากัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว ซึ่งดําเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็กและไอน้ำจากก๊าซธรรมชาติในโครงการโรงไฟฟ้าบางปูโคเจนเนอเรชั่น บล็อค 1 และบล็อค 2 กําลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดรวม 240 เมกะวัตต์ และไอน้ํากําลังผลิตรวม 60 ตันต่อชั่วโมง บริษัทฯ ได้ชําระค่าหุ้นส่วนแรกในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนที่ชําระ

30 ธันวาคม 2557

โรงไฟฟ้าเริ่มดําเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์

โรงไฟฟ้าได้เริ่มดําเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 เป็นต้นมา บริษัท เอสเอสยูที จํากัดจึงมีสถานะเป็นบริษัทร่วม
ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสเอสยูที จํากัด

2554

14 กุมภาพันธ์ 2554

ได้รับอนุมัติให้ว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล

บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลกำลังการผลิต 650,000 ลิตร/วัน ต่อมาในวันที่ 26 เมษายน 2560 ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นให้บริษัทยกเลิกโครงการการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล เนื่องจากสภาวการณ์การลงทุนไม่เอื้ออำนวย มีความเสี่ยงต่อการขาดทุนในอนาคต พร้อมกับได้อนุมัติให้ยกเลิกบริษัทย่อยคือ บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี แอนด์ อีเลคทริซิตี จำกัด ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากผลพลอยได้จากการผลิตเอทานอล
ได้รับอนุมัติให้ว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล

2552

31 สิงหาคม 2552

ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล

บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบมันสำปะหลังเส้น และเปลี่ยนชื่อบริษัท เป็นบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) พร้อมกับได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากจังหวัดสงขลาไปตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2552
ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล

2549

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2,780 ล้านบาท

ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2,780 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้าถือหุ้นในสัดส่วนรวมร้อยละ 93.52 เพื่อจะขยายธุรกิจไปในด้านการผลิตพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนคือการผลิตเอทานอลเพื่อนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินให้เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับรถยนต์ และยุติการดำเนินธุรกิจอาหารทะเลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2552 ธุรกิจของบริษัทจึงคงเหลือแต่ธุรกิจด้านพลังงานทดแทน
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2,780 ล้านบาท

2535

นำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ได้นำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2536 และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท ซีฮอร์ส จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท
นำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

2530

เริ่มจัดตั้ง บริษัท ซีฮอร์ส จำกัด ในปี 2530

บริษัท ซีฮอร์ส จำกัด (ปัจจุบันชื่อ บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน)) จัดตั้งขึ้นในปี 2530 ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 30 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลส่งออก อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารทะเลกระป๋องไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
เริ่มจัดตั้ง บริษัท ซีฮอร์ส จำกัด ในปี 2530